วางแผงแล้วเน้อสำหรับคอมิคแฟนตาซี เล่มแดงกับฟ้า เราก็ไปสอยมาแล้วทั้ง2เล่ม เล่มไซส์B5 หนาร้อยกว่าหน้า ทำใจอยู่สักพักกว่าจะเปิดอ่าน มันเขิน-////-"
---------------------------------------
The Last Appendix
มาคุยเกี่ยวกับคอมิคเรื่องนี้กันนิดนึง- -+(พึ่งสังเกตว่าปกไม่ใช่ตัวอัพเดท กร้าก)
ค่อนข้างไปทางเผาเหมือนกันสำหรับเรื่องนี้(ไม่เผาไม่ใช่ฉันสินะ ...แง) เบี้ยวไปเบี้ยวมา
กำหนดการเขียนจริงๆควรเริ่มวาดตั้งแต่หลังเดือนส.ค.ปีที่แล้ว ก็หาข้อมูลเก็บไว้เรื่อยๆ พอดีมีงานแบบบ้านกับภาพอื่นๆมาชน ไอ้เราก็ชะล่าใจเพราะเส้นตายมันต้นปีนี้ ...รู้ตัวอีกทีจะสิ้นปี2007แล้ว
ปั๊มคอสโมกันหน้ามืดเลยล่ะ
เนื่องจากเป็นคอมิคที่ทำกับสนพ.ครั้งแรกเลยค่อนข้างตื่นๆ ไม่เหมือนโดจินที่ยังมั่วๆงั่วๆเอาได้
เห็นจุดพลาดหลายอย่างแต่ก็ เออ...แหะๆๆ ปล่อยมันไปก่อนล่ะกัน(อ่าว)
สำหรับคนที่อ่านแล้ว ...ตรงนี้น่าจะทำให้เคลียร์ขึ้น...ถ้ายัง(ก็สปอยสินะ)
.
.
.
.
.
.
.
.
- ที่มาของชื่อเรื่อง
สารภาพว่ามาตั้งเอาตอนท้ายๆเลย แต่มีคำนึงที่แว่บเข้ามาในหัว "Appendix" นั่นเอง ที่มาก็ไม่ใช่ไหนไกล
ของเล่นไลน์นึงของฟิกเกอร์เซนต์เซย่านั่นเอง คำนี้แปลว่า"ภาคผนวก" เห็นว่ามันเข้ากับเรื่องที่เราจะแต่ง
โชคดีที่ได้น้องเท็มกับโบมาช่วยออกความเห็นเรื่องคำขยายให้ จึงออกมาเป็นชื่อเรื่องปัจจุบันนี้
ป.ล. ใครอยากรู้ว่าคำนี้มีความหมายอื่นว่าอะไร ไปหาเอาเองนะ- -"(จะชี้โพรงให้กระรอกทำไมตรู)
- ที่มาตัวละคร
เราเริ่มเรื่องจากตัวละคร ไม่ได้แต่งเนื้อเรื่องไว้ก่อน...ที่มาก็ง่ายๆเลย ถ้าใครยังจำเจ้าตัวนี้ได้
เป็นยักษ์ไร้ชื่อ ที่เรากะใส่ลงไปในโปรเจคฮิมมาเรี่ยน พอรู้ว่ามีโอกาสวาดคอมิคออริจินัล
ก็เลยมานั่งคิดแล้วคิดอีกว่าจะแต่งเรื่องอะไร โชคดี(หรือโชคร้าย) ไปสังเกตเจ้านี่ส่งสายตามาหา(เหวอ)
...ก็เลย เอาล่ะวาดเกี่ยวกับเผ่ายักษ์ก็ดีนะ แต่คงไม่วาดตานี่หรอก(ยังไม่อยากเอาฮิมมาเรียนมาลง) เราจึงจัดการโยงไปรามยณะ+รามเกียรติ์ซะเลย และตัดสินใจเอาคนสู้ไม่เก่งอย่างพิเภกมาใช้(พลังแม่ยกหนุน)
เนื่องจากดูหนังอินเดียบ่อยเลยรู้ว่าพิเภกใช้อีกชื่อในรามยณะ (บางทีก็เห็นเรียกวิภูษัณ)
กลายเป็น "วิภีษณะ" แต่แน่นอนเราชอบตัวละครผมตั้ง(แบบมาสคอตเรา)
เลยออกมาแบบนี้
ตอนวาดก็ลืมแบบชุดซะเอง- -" เนื่องจากต้นแบบ(ยักษ์ไร้นาม)มีคอนเซปมือโต และจะมีอวาตาร์เป็นหุ่นยักษ์
เราก็ดึงเอาตรงนี้มาใช้ด้วย
ที่ฮาคือ วาดเสร็จทำเสร็จ มาเพ่งๆดู ชิท!ไปคล้ายเซ็นกิกับร็อคแมนแฮะ บางคนบอกว่าเหมือนเซย่า
...ก๊าก กระบังหัวมันก็ดัดแปลงมาจากพวกชฎาหน้านาง หน้าหนุ่มทั้งหลายนั่นแหละ
- รามยณะ+รามเกียรติ์
เพราะตัวเอกเป็นวิภีษณะก็ย่อมมีเอี่ยวกับรามยณะ(เราชอบรามยณะมากกว่ารามเกียรติ์นิดนึง แต่รามเกียรติ์ภาษาสลวยมาก) จริงๆก็ไม่ได้จะให้เกี่ยวอะไรมากมาย ยืมตัวละครมาใช้เฉยๆ สำหรับแถบประเทศเราๆมันก็ง่ายที่จะปูเรื่อง แต่คนที่ไม่รู้จักก็จะงงๆหน่อยล่ะว่า มันคุยเรื่องตำนานอะไรกัน
แต่ข้อมูลหลักจะอิงรามยณะ บางทีอาจจะเจอตัวละครที่ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ หรืออาจจะแปลกไปบ้าง
ยังไงก็จะพยายามเนียนๆไปล่ะกัน- -" ช่วงหาข้อมูลเจอจุดต่างเยอะพอสมควร มึน...
ที่แน่ๆตอนดูหนังอินเดียพวกรามยณะ หนุมาน มหาภารตะ เราร้องไห้ทุกทีเลย- -"(บ่อน้ำตาตื้นกับหนังแนวนี้)
ซึ้ง....(ยิ่งอโศกมหาราช กับเจงกีสข่าน นี้น้ำตาไหลพราก)
- ร่างวิญญาณ/ร่างแบ่งภาค/ร่างแยก/อวาตาร์
ไม่มีชื่อเรียกตายตัว ไอเดียก็อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าจะให้เผ่ายักษ์ทุกตนมี เป็นเหมือนร่างแบ่งภาคของแต่ละคน
ส่วนของวิภีษณะ จะใช้คอนเซปตัวเพรียวๆ ไม่ค่อยเหมือนยักษ์เท่าไหร่ ที่อยากได้จริงๆคือหัวเป็น2แฉก
จะบอกว่าเราวาดภาพสีส่งไปก่อน ที่เห็นบนสุดของปกนั่น มั่วจริงๆ
พอต้องวาดลงในเรื่องถึงต้องเอาภาพสีมาเป็นแบบเพื่อวาดให้เป็นทั้งตัว...ยากจริงๆ- -"
ตอนแรกก็กะให้ป็นหน้ายักษ์ แต่คนที่บ้านลงมติว่าหน้าเรียบๆดูดีกว่า(จริงๆมันก็หน้ากากอีกแหละ)
- รากษส
จะสังเกตได้ว่า ถึงพูดในนี้ว่ายักษ์ แต่ในคอมิคเราจะใช้ รากษสแทน เพราะเท่าที่หาข้อมูล ไม่ค่อยได้ใช้ยักษ์มักโดนรวมเป็นrakshasa หรือรากษสนั่นเอง ส่วนมากจะเห็นของไทยที่ใช้ยักษ์ ส่วนตัวเรารู้สึกว่ามันเป็นซับเซตมากกว่า แต่ก็ไม่น่าผิดอะไร แล้วแต่จะเลือกใช้ ใช้ได้ทั้งคู่...อีกอย่างที่เลือกใช้รากษส ถึงคำอ่านจะขำนิดๆแต่ฟังดูดีกว่ายักษ์นิดนึง ถ้าบอกว่ายักษ์ คนมักนึกไปถึงตัวประหลาดร่างใหญ่กินคนเทือกๆนั้น
(ค้นไปค้นมากลายเป็น ราเช็ตสึ กับ ยาฉะ ออกญี่ปุ่นไปเลย- -...)
- ราวานา
ชื่อของทศกัณฐ์ที่เราใช้ในคอมิค ปกติรามยณะจะใช้ ราวัณ(นั่งดูในหนัง เรียกเต็มสองรูหูเลย)
แต่เขียน Ravana ได้ จึงขอใช้เป็นราวานา ...ไม่ใช่อะไรหรอก ความชอบส่วนตัว(อ่าว)
- คุณตา...
คุณตาของวีร์ เป็นคนอินเดียที่ดูแล้วกระเดียดไปทางฝรั่งนิดๆ รักหลานมาก
เป็นเจ้าของร้านหนังสือเก่าชื่อ bookman(ที่ชื่อนี้ก็มีความหมายนะ แต่ไม่เกี่ยวกับดีเกรย์แมนนะเคอะ)
ตั้งอยู่ที่แมนฮัตตัน นิวยอร์ค ตรงไหนสักแห่ง(พอดีหาทำเลให้ไม่ได้เลยไม่ได้ระบุไป)
เป็นคนที่จัดว่าเป็นประชากรของโลกโดยแท้เพราะชอบทำอะไรที่ออกแนว นานาชาติ
ปกติจะสวมแว่นดำ เล่นเบนโจ แล้วก็ใส่เสื้อลายฮูลาฮูล่า สวมรองเท้าแบ๊วๆ
(ขำตรงออกแนวบื้อตลอดเรื่อง..และเสื้อแกก็เปลี่ยนเกือบทุกฉาก)
แต่ใบ้ให้ว่าแกไม่ใช่ตัวละครใช้แล้วทิ้งแน่นอน- -+
- พระเอกของเรื่อง
วีร์เป็น "พระเอก"ของเรื่อง ส่วนวิภีษณะเป็น "ตัวเอก" ของเรื่อง (มิใช่นายเอกแต่อย่างใด ฮา)
สำหรับวีร์เป็นตัวละครที่ออกแบบได้เร็วมากๆ รอบแรกหัวไม่เถิกเท่านั้นเอง
จนล่าสุดออกมา หัวแอบมีเนิน ตาจุด ชอบทำปากเบะ
แต่เดิมวางให้วีร์มีนิสัยรักคุณธรรมชอบช่วยเหลือคน เอาไว้คู่กับวิภีษณะที่ออกแนวเหลาะแหละ เชื่อแต่พลังพิเศษจนไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่ก็นั่นแหละ โละไปแล้วกลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย แต่ก็เรียนเก่ง
ส่วนภียังออกแนวอ่อนๆอยู่นิดนึง แต่ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
- ชื่อของพี่-น้อง
จะบอกว่าคิดตั้งนานกว่าจะได้ พอได้ก็ดันสั้นคนละพยางค์เดียวซะอีก
ตอนแรกจะตั้งตามเดือนเกิด อย่าง สิงหา-กันยา(ไอโอเรีย-ชากะ?) จนไปนึกถึงชื่อเพื่อนแถวๆนี้ ที่ชื่อแปลว่ากล้าในการทำความดี เราเลยตั้งชื่อพระเอกว่า "วีร์" จริงๆน่าจะแปลว่า กล้าหาญ พอดีเราไปใส่ในพินอัพว่าความกล้าหาญ
อยากให้ออกแนวกล้าที่จะทำความดี ส่วนพี่ชาย เราก็มาคิดว่าสิ่งที่มนุษย์พึงมีนอกจากความกล้าหาญ ก็คือ ความเมตตา
พี่ชายของวร์ จึงชื่อว่า "เมตต์" แปลว่า เมตตา นั่นเอง ก็เข้ากับนิสัยดี
จริงๆตอนรับงานวาดตัวละครให้อีกที่ พระเอกเค้าก็ชื่อ วี เหมือนกัน แต่อันนั้นเป็นตัววี บังเอิญแท้
พี่ชายนิสัยดี แถมเก่งไปซะทุกเรื่องจนอดคิดไม่ได้ว่าแกเป็นคนจริงๆรึ- -"
- หัวโขน
แน่นอนว่าเป็นหัวโขนพิเภก ซึ่งเราดูกี่ทีๆก็รู้สึกว่าพิเภกเนี่ยหน้าดูเศร้าๆยังไงก็ไม่รู้แฮะ เลยดึงมาเป็นประเด็นที่วีร์เอ่ยถึงในเรื่องด้วย
หัวโขนนี่เป็นของที่ระลึกที่เอามาจากไทย แล้วก็วางแหมะลืมไว้เลย
แน่นอนว่าก่อนนั้นวิภีษณะก็แอบสิงมาด้วยเรียบร้อยแล้ว
ถ้าถามว่าทำไมต้องหัวโขน 1คืออยากวาด แต่ถ้าถามวิภีษณะ หมอนี่คงตอบว่าเพราะคุ้นเคย(ฮา)
เสียดายตรงจมูกมันต้องขดเดียว เพราะปัญหาบางอย่างเลยกลายเป็นอย่างที่เห็น
- หน้ากาก
เป็นส่วนที่เราเพิ่มเข้ามาจากดีไซน์แรกๆ คือเผ่ายักษ์จะมีหน้ากากประจำตัวทุกคน ไว้ใส่ตอนสู้ พอยามปกติมักจะถอดกัน
แต่ไม่ถอดก็ได้ แต่แนะนำว่าควรถอดไม่งั้นกินข้าวไม่ได้
จริงๆออกแบบตอนพับหน้ากากเก็บด้วยแต่วาดไม่ได้ดั่งใจซักที เลยตัดออก
และเนื่องจากต้องมีติดตัวไปจนตาย หากหน้ากากแตกก็สามารถคืนรูปใหม่ได้(โอ้วยอดมากจอร์จ)
ในอินโด รามยณะก็นิยมกัน ก็เลยอยากให้หน้ากากออกไปทางแนวบาหลี ไปๆมาๆก็ได้มาแบบนี้
- ลูกตาของวิภีษณะ
ยามวิภีษณะใช้พลังมองอนาคต จะปรากฏสัญลักษณ์บางอย่างที่ลูกกะตา
ก็ได้ไอเดียมาจากญาณหยั่งรู้อดีต อนาคต และช่วงที่ยังเป็นเทพบุตรก่อนมาเกิดเป็นพิเภกได้รับแว่นวิเศษมา
บางที่บอกว่ามีที่ตาขวา เนื่องจากเหตุผลบางประการ ในคอมิคจึงขอแก้เป็นตาซ้าย(จริงๆว่าจะให้ใช้ได้ทั้งสองข้าง)
สัญลักษณ์ที่ตอนแรกว่าจะออกแบบเอง กลายเป็นว่าดึงจากที่มีอยู่แล้วมาใช้แทน
เป็นตัวอักษรเทวนาครี อ่านว่า โอม หมายถึง ตรีมูรติ เป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของฮินดู
ประกอบจาก อะ(พระนารายณ์) อุ(พระศิวะ) มะ(พระพรหม)ตอนแรกกะใช้ตัวอักษรพระศิวะ เพราะแว่นวิเศษได้รับมาจากพระศิวะ แต่เพื่อให้เกียรติ์ทั้ง3องค์
เราจึงใช้ตัวอักษร โอม แทน
- ผนึกวิญญาณ
ที่ทำเป็นเหลี่ยมๆกล่องๆเพราะ อยากให้มันออกแนวกล่องเก็บดวงใจของทศกัณฐ์
แต่จะว่าไปมันก็ไปคล้ายผนึกของเรื่อง ผู้ผนึกมารนี่หว่า.... เอาเหอะๆ- -" ตอนแรกจะออกแบบเป็นรูบิคแต่หน้าวาดไม่พอแถม 10 ดวงมันวาดให้ลงเป็นกล่องยากแฮะ
- ร่างเด็ก...
ทำไม ภี ถึงมีร่างเป็นเด็ก..เพราะพลังโชตะไง เอ้ยไม่ใช่ คืออยากวาดในแบบที่ตรงกันข้ามกับในตำนานอ่ะ
แต่ร่างตอนที่สมัยทำสงครามในรามยณะก็จะเป็นอีกร่างนึง(มีแพลมๆในคอมิค...จริงๆแล้วมีไซโอนิคเป็นสแตนด์อินให้...กร้าก) ส่วนเหตุผลเรื่องร่างเด็กถ้ามีโอกาสเขียนตอนต่อๆไปแล้วไม่ลืม จะอธิบายไว้ในเรื่องให้
- มานา
ไม่รู้จะหาคำอธิบายเรื่องพลังยังไง เลยใช้มานาแทน
หลักการง่ายๆ คือพลังที่มีในทุกสรรพสิ่ง ในเรื่องก็จะใช้เป็น "ตัวกลาง" ในการเดินทาง มายังโลกและ ใช้เป็นตัวทำให้ร่างกายคงสภาพไม่แตกสลายด้วย แต่เพราะมลภาวะ สภาพจิตใจ ฯลฯ มันต่ำลง มานาก็เลยได้อิทธิพลเป็นของสกปรก ปนเปื้อนไปด้วย เป็นด้านลบไป
พอวิญญาณราวานาซึ่งต้องการมานาในการเชื่อมต่อกับร่างที่สิงอยู่ ใช้มานาด้านลบเข้าไปก็เลยกลายเป็นสัตว์ประหลาด
แต่พวกวิภีษณะได้รับร่างเนื้อมาแต่แรก เลยใช้มานาส่วนนี้น้อย
(จริงๆมันเป็นไอเดียที่เราจะใช้ในโดจินเซย่าพลาตินั่ม เกี่ยวกับเรื่องที่เทพเจ้ามายังโลกปัจจุบันไม่ได้เพราะพลังที่ใช้เป็นตัวเชื่อมไม่เพียงพอ แต่ในนั้นจะใช้เป็นคอสโม)
- สถานที่
BOOKMAN ร้านหนังสือเก่าๆของคุณตา ได้แบบมาจากในเน็ต+ปรับปรุงนิดหน่อย
ก็เป็นอาคารที่เห็นได้ง่ายในนิวยอร์ค
ร้านนี้มีฮาตรงหนังสือไม่พร่องลงไปซักที แถมเพิ่มขึ้นทุกวันๆ มาจากไหนกันนะ
ท่าเรือ อันนี้มั่ว หาแบบจากคอมเช่นกัน แต่แมนฮัตตันท่าเรือเยอะน่าจะมีคล้ายๆแบบนี้มั่ง...มั้ง- -"
ทางเท้า ก็น่าจะตรงไหนซักแห่งในอเมริกา มั่วมาใช้เช่นกัน- -" ที่แน่ๆฉากนี้ใช้เวลาน่าดู

DINER อันนี้ตบมาจากTMNT เต่านินจาคอมิคมูวี่ เอามาดัดแปลงนิดนึง
จริงๆเรากะให้ฉากในเรื่องมาจากเต่านินจา แบบว่าเต่าไปไหน ตัวละครเราก็ต้องตามไปที่นั่น(ตามรอยดารา?)
เพราะฉากที่เขาใช้ก็มาจากสถานที่จริง(แต่ร้านนี้ไม่แน่ใจแฮะ แต่ชอบชื่อไม่คิดมากดี^ ^)
สีลมแกลอเรีย เคยไปก็ต้องเอามาใช้ซะ- -+ มีงานศิลป์เยอะแยะใครสนใจไปเดินเล่นได้นะ
ยอดตึกเอ็มไพร์สเตจ คุ้นๆมั้ย ก็ฉากในปกเล็ดเล่ม6น่ะแหละ- -" ทำอยู่เกือบ2ชม.แล้วถูกใจเป็นพิเศษ
เลยขอมาใช้เป็นฉากให้ภีนั่งรับลมเล่น
Times Square หลังจากนั่งจิ้มแผนที่แมนฮัตตันอยู่นาน หาที่ลงฉากท้ายๆไม่ได้ เซ็นทรัลพาร์คมันก็โล่งไป
ไม่รู้ทำอีท่าไหนหลุดมาที่นี่ได้แฮะ
- ประเด็นหลักของเรื่อง
โอเนไง นิซัง พี่ครับ....ม่ายยยช่ายยย!!
จริงๆคืออยากเน้นความสัมพันธ์พี่น้อง(ฮั่นแน่) ของทั้ง2คู่ อีกอย่างคือพิเภกเป็นตัวละครที่คนนิยมเอามาตีความหลายแง่
ทั้งกรณีเป็นคนดีเห็นแก่ความถูกต้องมากกว่าความเป็นญาติ กรณีอยากเป็นใหญ่ทรยศพี่น้อง ฯลฯ
แต่ส่วนตัวรู้สึกพิเภกเหมือนโดนมัดมือชกตั้งแต่ก่อนมาเกิดเป็นพิเภกซะอีก
เราเป็นพวกไม่ชอบคิดมาก ไม่ค่อยสนว่าใครจะทำอะไรเพื่ออะไร ทำไปทำไม ฯลฯ
เราสน "ผล" ของการกระทำมากกว่า ว่าทำเช่นนี้แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนใครจะเป็นผู้กระทำนั้นไม่สำคัญ
เช่น นาย A ในมุมมองของ B เขาอาจเป็นคนดี แต่ในมุมมองของ C อาจไม่ดี ...ต่างคนต่างมอง
เราจะสนแต่สิ่งที่ A ทำ ว่ามันก่อผลยังไง มากกว่าไปตีความว่า Aเป็นคนอย่างนั้นอย่างนี้
ตัวละครในคอมิคเราก็อยากให้เป็นอย่างนั้น(ถ้าทำได้นะ- -")
ถ้าทำยอดถึง โชคดีได้ทำเล่มต่อ ก็จะให้สำมนักขาออก- -+

















